จุดหมายที่ปลายทาง

posted on 07 Sep 2008 00:10 by munez30 in copywriterlover

โตขึ้นแล้วอยากเป็นอะไร? แล้วตอนนี้อยากทำอะไร? ยังจำประโยคแรกเมื่อวันวานและประโยคหลังทุกวี่วันได้ใช่ไหม

ผมว่า "อยากเป็น" กับ "อยากทำ" นี่แตกต่างกันนะ สำหรับผมอยากเป็นคือ need (ความต้องการหลัก) อยากทำคือ want (ความต้องการรอง) อยากเป็นบางทีอาจทำได้แค่ฝัน แต่อยากทำมันเป็นความจริงที่สัมผัสได้ จับต้องได้เสมอ

ผมจำได้ว่าตอนเด็กๆ ผมตอบความอยากเป็นกับใครหลายคน หลายคำตอบ ความฝันเพิ่มใหม่ทุกปี จนมากมายก่ายกอง แต่คำตอบต้นๆ ของผมคือ สถาปนิก นักวาดภาพ นักออกแบบ ศิลปินแห่งชาติ(สาขาใดสาขาหนึ่ง) ผมว่ามันเท่ชะมัดได้ออกทีวีบ่อยๆ

ตอนนั่นผมชอบวาดรูปมาก ชอบวิชาศิลปะที่สุด คิดว่าอยากอยากเรียนเกี่ยวกับศิลปะถ้าเข้ามหาลัย ตอนม.ต้นผมเรียนออกแบบ ม.ปลายผมเรียนศิลป์-คำนวนที่โรงเรียนเดิม(เสียดายไม่มีศิลปะ) ผมไม่ชอบวิชาคณิตเลย เรียนไม่รุ้เรื่อง หัวไม่ไป พอเอนทรานซ์ผลปรากฎว่าไม่ติดอะไรสักอย่าง ไม่ได้เรียนสายวิทย์สถาปัตฯ ก็ลอยหายไป จากนั้นก็สอบตรงคนเดียวเลยเข้าคณะศิลปกรรมศาสตร์ เอกออกแบบนิเทศศิลป์ มหาลัยราชภัฏแห่งหนึ่ง ผมปรากฎว่า ติดครับ ดีใจสุดๆ

พอเริ่มเรียนไปแรกๆ ก็ดีนะ ได้วาดรูปทั้งวัน รู้สึกชอบเลยละ แต่งานจะเยอะมากๆ จนบางครั้งต้องเผางานส่งอาจารย์ ตัวผมเองก็ไมได้วาดรูปเก่งหรือเคยได้รับรางวัลการประกวดที่ไหน เทียบกับคนอื่นๆ ไม่ติดฝุ่น เกรดเฉลี่ยสองกว่าๆ แต่อยู่ๆ ไปพอปลายเทอม เริ่มกดดันและกังวล..

ตอนนั้นผมตั้งคำถามกับตัวเองว่า "แน่ใจแล้วหรอวะว่าจะเรียนต่อไปจนถึงปี 4" ไอ้ชอบนะชอบอยุ่หรอก แต่กลัวจะไปไม่รอด คือมันเริ่มไม่สนุกแล้ว คิดว่ามันไม่ใช่แล้วที่จะต้องแต่งตัวเซอร์ๆ ตามเพื่อน ไว้ผมยาวทรงพี่ปั๊ปโปเตโต้(ในตอนนั้น)  มือซ้ายถือกระดาน มือขวาโหนรถเมล์ สะพายกระเป๋าใบใหญ่ เริ่มรุ้สึกว่าไม่แฮปปี้แล้ว อีกอย่างงานเยอะมากและยากโคตร แม่ก็ว่าอยุ่ทุกวันว่าเมื่อไรจะไปตัดผม คนอื่นเขาจะมองไม่ดี ก็เถียงแม่ตลอด

ก่อนเปิดเทอมใหม่ไม่กี่วันก็ตัดสินใจ บอกแม่ว่าไม่อยากเรียนแล้ว แต่ใจก็กลัวแม่จะว่า ไม่ใช่ว่าไม่ชอบนะ แต่เหมือนมันไม่ใช่ในตอนนี้ ผลปรากฏว่าแม่ไม่ว่าสักคำ แล้วถามว่าอยากเรียนอะไรละ แต่ต้องเรียนต่อนะ ตอนนั้นผมหาข้อมูลมากมาย ว่ากูเหมาะจะเรียนอะไรวะ ยังหาตัวเองไม่เจอ ก็ถามเพื่อนที่จบม.6 ด้วยกัน ซึ่งส่วนใหญ่เรียนนิเทศฯ ว่าเรียนเกี่ยวกับอะไรบ้างวะ มีวิชาอะไรบ้างวะ จบมาแล้วจะทำงานอะไรวะ (คือตอนนั้นไม่รุจริงๆ ยังเป็นกบในกะลาอยู่)

เพื่อนก็อธิบายให้ฟัง....ผมก็เอาว่ะ เราชอบศิลปะ ชอบวาด ชอบเขียน ชอบคิด เลยไปสมัครเข้าคณะนิเทศฯ เอกโฆษณาที่มหาลัยราชภัฏอีกแห่งหนึ่ง ตอนแรกก็สองจิตสองใจนะ ว่าจะเลือกเอกวารสารดีไหม แต่ตอนนั้นยังไม่ชอบอ่านหนังสือเท่าไร เลยไม่ได้สนใจ  

พอเรียนมาถึงปี 2 วิชาเอกไปได้สวยเลิศเชิดหรู เริ่มอ่านหนังสือ อ่านเยอะมากตั้งแต่ปรัชญาศาสนาไปจนถึงนิยายรักวิทยาศาสตร์ เป็นเพื่อนซี้กับห้องสมุดไปเลย เพราะเจอกันแทบทุกวันเวลาว่าง เลยไปลงวิชาโทวารสารในเทอมนั้น ผลปรากฏว่าได้ B+ โหภูมิใจสุดๆ นี่แหละคำตอบที่ต้องการ ในที่สุดก็ค้นหาตัวเองเจอซะที ถึงแม้จะเสียเวลาไปหนึ่งปี และได้สมญานามว่า "เด็กซิ่ว" เพิ่มอีกชื่อ

ทุกคนไม่ว่าอยากเป็นหรืออยากทำอะไร ล้วนแต่กำลังเดินทางค้นหาอะไรบางอย่างอยู่

ครูบาอาจารย์ - กำลังเดินทางไปในดินแดนสี่เหลี่ยมจตุรัส มีโต๊ะเก้าอี้วางเรียงราย มีชอล์กและกระดานดำเป็นคำถาม มีนักเรียนเป็นคำตอบ ปลายทางคือความรู้ของลูกศิษย์จากเรือจ้างลำน้อยลอยในมหาสมุทรแปซิฟิก